ตัวอย่างที่1 แบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 20 ปี (ชำระเบี้ยประกันภัยรายปี 95,550 บาท สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศชาย อายุ40 ปี) คุ้มครอง 20 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี (รวม 1,911,100 บาท) ผลประโยชน์ 1. เงินจ่ายคืนทุกสิ้นปีที่ 5=70,000 บาท, 8=105,000บาท, 11=140,000บาท, 14=175,000บาท, 17=210,000บาท (รวม 700,000 บาท) 2. เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา 1,400,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20 3. พิเศษรับเงินปันผลสูงสุด 140,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) 4. คุ้มครองฟรี 12 โรคร้ายแรง( 1. หัวใจวาย 2. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อหลอดเลือด 3. มะเร็ง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. การทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงถาวร 6. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะสำคัญ 7. ไตวายเรื้ื่อรังและไม่สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ 8. แผลไหม้ฉกรรจ์ 9. โรคเนื้องอกในสมอง 10. ตับอักเสบระยะอันตราย 11. โรคเนื้อเยื้อแข็งตัวทั่วไป 12. การเจ็บป่วยจวนสิ้นชีวิต) โดยคุ้มครองผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองหรือายุครบ 60 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน และเมื่อจ่ายผลประโยชน์คุ้มครองโรคร้ายแรงแล้วกรมธรรม์จะสิ้นสุด รวมรับผลประโยชน์ขั้นต่ำ 2,100,000 บาท หรือสูงสุด 2,240,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) คุ้มครองชีวิต(ขั้นต่ำ 700,000 บาท - สูงสุด 1,400,000 บาท) 1.กรณีเสียชีวิต(จากการเจ็บป่วย, อุบัติเหตุทั่วไป, อุบัติเหตุในที่สาธารณะ, จากการจลาจล, จากสงครามกลางเมือง) หรือ2. กรณีเกิดเจ็บป่วยด้วย 12 โรคร้ายแรง กรณียกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดจะได้รับผลประโยชน์รวมดังนี้ ยกเลิกตอนอายุ 45ปี=331,800 บาท , 48ปี=639,100 บาท , 51 ปี=947,100 บาท , 54 ปี=1,288,700 บาท , 57 ปี=1,670,200 บาท เป็นต้น |
ตัวอย่างที่2 แบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 20 ปี (ชำระเบี้ยประกันภัยรายปี 95,550 บาท สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง อายุ40 ปี) คุ้มครอง 20 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี (รวม 1,911,100 บาท) ผลประโยชน์ 1. เงินจ่ายคืนทุกสิ้นปีที่ 5=70,000 บาท, 8=105,000บาท, 11=140,000บาท, 14=175,000บาท, 17=210,000บาท (รวม 700,000 บาท) 2. เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา 1,400,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20 3. พิเศษรับเงินปันผลสูงสุด 140,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) 4. คุ้มครองฟรี 12 โรคร้ายแรง( 1. หัวใจวาย 2. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อหลอดเลือด 3. มะเร็ง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. การทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงถาวร 6. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะสำคัญ 7. ไตวายเรื้ื่อรังและไม่สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ 8. แผลไหม้ฉกรรจ์ 9. โรคเนื้องอกในสมอง 10. ตับอักเสบระยะอันตราย 11. โรคเนื้อเยื้อแข็งตัวทั่วไป 12. การเจ็บป่วยจวนสิ้นชีวิต) โดยคุ้มครองผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองหรือายุครบ 60 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน และเมื่อจ่ายผลประโยชน์คุ้มครองโรคร้ายแรงแล้วกรมธรรม์จะสิ้นสุด รวมรับผลประโยชน์ขั้นต่ำ 2,100,000 บาท หรือสูงสุด 2,240,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) คุ้มครองชีวิต(ขั้นต่ำ 700,000 บาท - สูงสุด 1,400,000 บาท) 1.กรณีเสียชีวิต(จากการเจ็บป่วย, อุบัติเหตุทั่วไป, อุบัติเหตุในที่สาธารณะ, จากการจลาจล, จากสงครามกลางเมือง) หรือ2. กรณีเกิดเจ็บป่วยด้วย 12 โรคร้ายแรง กรณียกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดจะได้รับผลประโยชน์รวมดังนี้ ยกเลิกตอนอายุ 45ปี=340,900 บาท , 48ปี=653,800 บาท , 51 ปี=964,600 บาท , 54 ปี=1,306,200 บาท , 57 ปี=1,652,100 บาท เป็นต้น |
ตัวอย่างที่3 แบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 20 ปี (ชำระเบี้ยประกันภัยรายปี 47,950 บาท สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศชาย อายุ25 ปี) คุ้มครอง 20 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี (รวม 959,000 บาท) ผลประโยชน์ 1. เงินจ่ายคืนทุกสิ้นปีที่ 5=35,000 บาท, 8=52,500บาท, 11=70,000บาท, 14=87,500บาท, 17=105,000บาท (รวม 350,000 บาท) 2. เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา 700,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20 3. พิเศษรับเงินปันผลสูงสุด 70,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) 4. คุ้มครองฟรี 12 โรคร้ายแรง( 1. หัวใจวาย 2. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อหลอดเลือด 3. มะเร็ง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. การทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงถาวร 6. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะสำคัญ 7. ไตวายเรื้ื่อรังและไม่สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ 8. แผลไหม้ฉกรรจ์ 9. โรคเนื้องอกในสมอง 10. ตับอักเสบระยะอันตราย 11. โรคเนื้อเยื้อแข็งตัวทั่วไป 12. การเจ็บป่วยจวนสิ้นชีวิต) โดยคุ้มครองผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองหรือายุครบ 60 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน และเมื่อจ่ายผลประโยชน์คุ้มครองโรคร้ายแรงแล้วกรมธรรม์จะสิ้นสุด รวมรับผลประโยชน์ขั้นต่ำ 1,050,000 บาท หรือสูงสุด 1,120,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) คุ้มครองชีวิต(ขั้นต่ำ 350,000 บาท - สูงสุด 700,000 บาท) 1.กรณีเสียชีวิต(จากการเจ็บป่วย, อุบัติเหตุทั่วไป, อุบัติเหตุในที่สาธารณะ, จากการจลาจล, จากสงครามกลางเมือง) หรือ2. กรณีเกิดเจ็บป่วยด้วย 12 โรคร้ายแรง กรณียกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดจะได้รับผลประโยชน์รวมดังนี้ ยกเลิกตอนอายุ 30ปี=173,250 บาท , 33ปี=333,200 บาท , 36 ปี=491,750 บาท , 39 ปี=663,600 บาท , 42 ปี=799,450 บาท เป็นต้น |
ตัวอย่างที่4 แบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 20 ปี (ชำระเบี้ยประกันภัยรายปี 47,950 บาท สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง อายุ25 ปี) คุ้มครอง 20 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี (รวม 959,000 บาท) ผลประโยชน์ 1. เงินจ่ายคืนทุกสิ้นปีที่ 5=35,000 บาท, 8=52,500บาท, 11=70,000บาท, 14=87,500บาท, 17=105,000บาท (รวม 350,000 บาท) 2. เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา 700,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20 3. พิเศษรับเงินปันผลสูงสุด 70,000 บาท ณ วันครบสัญญาสิ้นปีที่ 20(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) 4. คุ้มครองฟรี 12 โรคร้ายแรง( 1. หัวใจวาย 2. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อหลอดเลือด 3. มะเร็ง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. การทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงถาวร 6. การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะสำคัญ 7. ไตวายเรื้ื่อรังและไม่สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ 8. แผลไหม้ฉกรรจ์ 9. โรคเนื้องอกในสมอง 10. ตับอักเสบระยะอันตราย 11. โรคเนื้อเยื้อแข็งตัวทั่วไป 12. การเจ็บป่วยจวนสิ้นชีวิต) โดยคุ้มครองผู้เอาประกันภัยจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองหรือายุครบ 60 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน และเมื่อจ่ายผลประโยชน์คุ้มครองโรคร้ายแรงแล้วกรมธรรม์จะสิ้นสุด รวมรับผลประโยชน์ขั้นต่ำ 1,050,000 บาท หรือสูงสุด 1,120,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทฯ) คุ้มครองชีวิต(ขั้นต่ำ 350,000 บาท - สูงสุด 700,000 บาท) 1.กรณีเสียชีวิต(จากการเจ็บป่วย, อุบัติเหตุทั่วไป, อุบัติเหตุในที่สาธารณะ, จากการจลาจล, จากสงครามกลางเมือง) หรือ2. กรณีเกิดเจ็บป่วยด้วย 12 โรคร้ายแรง กรณียกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดจะได้รับผลประโยชน์รวมดังนี้ ยกเลิกตอนอายุ 30ปี=177,800 บาท , 33ปี=339,850 บาท , 36 ปี=498,400 บาท , 39 ปี=669,500 บาท , 42 ปี=853,300 บาท เป็นต้น |
สาระน่ารู้ 1. เบี้ยประกันภัยนำไปหักออกจากเงินได้ทั้งหมดก่อนที่จะนำไปคำนวณภาษีตามอัตราที่กรมสรรพกรกำหนดไว้และยื่นแสดงใบเสร็จรับเงินจากการชำระเบี้ยประกันชีวิต พร้อมแนบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ภ.ง.ด. 90-91) ในแต่ละปีภาษี เพียงเท่านี้คุณก็สามารถรับผลประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 2. ตามหลักการประกันชีวิตเงิน 10% ของรายได้ ควรออมเก็บไว้สร้างหลักประกันให้แก่ตนเองและครอบครัว เพราะ 10% ของรายได้เป็นเหมือนเงินก้อนโตที่สามารถสำรองเอาไว้ใช้ในอนาคตเพื่อประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใช้เป็นกองทุนการศึกษาให้กับบุตรหลาน ใช้เป็นทุนสำหรับเลี้ยงชีพเมื่อถึงวัยชรา หรือเป็นค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย เป็นต้น ใครที่คิดว่าการซื้อประกันชีวิตเป็นการแช่งตัวเอง หรือคิดว่าเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล เพราะกลัวว่าจะได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ควรพิจารณากันใหม่ 3. ข้อดีของกรมธรรม์ประกันชีวิตรวมความคุ้มครอง 12 โรคร้ายแรงคือ บริษัทจะจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัยในกรณ๊ 1. อยู่ครบกำหนดสัญญาหรือ 2. เสียชีวิตหรือ 3. เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงตามที่ระบุในสัญญา 4. ทุกครั้งที่เราออกจากบ้านอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตัวเราได้ทุกวินาที ตอนผมเรียนอยู่ม.4 มีเพื่อนผมคนหนึ่งที่พ่อขับรถมาส่งหน้าโรงเรียนตอนเช้า แล้วก็ขับรถไปทำงาน แต่พอ 10 โมงกว่า เพื่อนคนนี้ก็ได้รู้ว่าไม่มีโอกาสที่จะได้พูดกับพ่ออีกแล้ว............. 5. ปัจจุบันปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายลงทุกวัน ทำให้คนเรามีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคร้ายเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้เคยเกิดกับญาติผมซึ่งมีสุขภาพแข็งแรง ตรวจสุขภาพทุกปีเพราะรับราชการ แต่อยู่มาวันหนึ่งโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์คว่ำกระดูกหัก เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่มันคือโชคดีที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่รอดต่อไป เพราะอะไร? หมอเอ็กซเรย์พบว่าเขามีเนื้องอกที่กระดูกหัวเข่า จึงส่งตัวมารักษายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย |
| นาฬิกาเวลาหมุนไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันหยุด............ แต่นาฬิกาชีวิตคนเราจะหยุดลงเมื่อไร ไม่มีใครรู้............ แล้ววันนี้คุณสร้างรายได้ในอนาคตมอบแด่ครอบครัวและคนที่คุณรักแล้วหรือยัง? ............ ถ้ายัง............ ทำไม่ไม่ทำ ก่อนที่นาฬิกาชีวิตของคุณจะหยุดเดิน |
คลิ๊กเพื่อกลับไปหน้าแรก |