ทีมติวเตอร์

ขั้นตอนการทำประกันที่ถูกวิธี
     บ่อยครั้งที่มักจะพบว่าผู้เอาประกันภัย ทำประกันภัยด้วยความเกรงใจ หรือเกิดจาการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิต จนทำให้มีผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่น้อยที่ทำประกันชีวิตโดยไม่รู้ว่าเงื่อนไขของสัญญาและลักษณะของกรมธรรม์เป็นอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตแล้ว ไม่ว่าผู้ที่มาเสนอขายจะเป็นญาติ เพื่อนสนิท หรือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้เอาประกันต้องระลึกถึงและใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจซื้อประกันชีวิต คือ
 1. แบบประกันชีวิต ซึ่งควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองและมีเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลประโยชน์ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพราะการประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน
 2. ความสามารถในการชำระเบี้ยประกัน ในเรื่องนี้ผู้ที่จะทำประกันจะต้องประมาณจำนวนเงินที่พอที่จะชำระเบียประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย เพราะหากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดรยะเวลาเอาประกันภัยก็จะทำให้กรมธรรม์ขาดผลบังคับและสิ้นสุดความคุ้มครองทำให้เสียประโยชน์ที่พึงจะได้รับ
 3. กรอกใบคำขอเอาประกนภัยตามความเป็นจริงทุกประการด้วยตนเอง หรือหากผู้อื่นกรอกให้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงลายมือชื่อ
 4. เมื่อกรอกใบคำขอเอาประกันภัยเรียบร้อยแล้ว และทำการชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกแล้ว ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินชำระเบี้ยประกันภัยชั่วคราว จากตัวแทนประกันชีวิตเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
 5. เมื่อได้รับกรมธรรม์พร้อมใบเสร็จรับเงินแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ ว่าถูกต้องตรงกับความประสงค์ซึ่งแจงไว้ในใบคำขอเอประกันภัยหรือไม่ หากพบความผิดพลาดให้รีบแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขทันที
 6.อ่านกรมธรรม์โดยละเอียด เพื่อศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ทั้งหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ

บทบาทตัวแทนประกันชวิต
       ตลอดมาในการทำประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิตมักจะไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง แต่จะมีตัวแทนประกันชีวิตจะเป็นคนกลางระหว่างบริษัทกับผู้เอาประกันภัย เข้ามาแนะนำและชักชวนใหทำประกันชีวิต ทำให้ตัวแทนประกันชีวิตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางที่จะอธิบายให้ผู้เอาประกันเข้าใจในเงื่อนไขของผลประโยชน์ รวมถึงข้อยกเว้นและข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยตัวแทนประกันชีวิตที่ถูกต้องตามกฏหมายจะต้องได้รับใบอนุญาตการเป็นตัวแทนจากคปภ.
      ขณะเดียวกัน ตัวแทนประกันชีวิตบางคนยังทำหน้าที่เก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยส่งให้กับบริษัทอีกด้วย แต่ตัวแทนที่จะเก็บเบี้ยประกันภัยได้จะต้องได้รับมอบอำนาจ จากบริษัทให้เก็บเบี้ยประกันภัย ซึ่งทันทีที่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยแล้วขอให้เรียกใบเสร็จรับเงินจากตัวแทนประกันชีวิตไว้เป็นหลักฐานยืนยันว่าได้ชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว
     
การที่ตัวแทนเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้เอาประกันภัยมากที่สุด ทำให้บริษัทจะรับทราบข้อมูลต่าง ๆ ของผู้เอาประกันภัยด้วยข้อมูลที่ได้รับจากตัวแทนประกันชีวิต ข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้เอาประกันภัยให้แก่ตัวแทนประกันชีวิตจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามเป็นจริง หากมีการปกปิดหรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จในสาระสำคัญ บริษัทอาจถือเป็นเหตุในการยกเลิกสัญญาได้ ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 865 ว่าการปกปิดข้อเท็จจริงใด ๆ อาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันชีวิตได้
      ดังนั้น การที่จะทำประกันชีวิตผ่านตัวแทนประกันชีวิต ขอให้พิจารณาว่าตัวแทนประกันชีวิตต้องเป็นบุคคลที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายรวมทั้งเป็นบุคคลที่สามารถเชื่อถือได้ และไว้วางใจได้ว่าจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง และเป็นผู้ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับอย่างยุติธรรม

การขอรับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัย
ในการขอรับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยนั้น ผู้เอาประกันภัยสามารถจะขอรับเงินอันมีสาเหตุมาจากกรณ๊ใด กรณีหนึ่ง ดังนี้
  1. กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ให้รีบแจ้งบริษัทภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานให้กับบริษัท ตามรายการดังนี้
   1.1 กรมธรรม์ประกันภัย ถ้าหายให้แจ้งความแล้วนำสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหายไปแสดงแทน
   1.2 ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัยงวดสุดท้าย
   1.3 ใบมรณบัตรของผู้เอาประกันภัยพร้อมสำเนา
   1.4 บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้เอาประกันภัยพร้อมสำเนา
   1.5 บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้รับประโยชน์ทุกคนพร้อมสำเนา
   1.6 ทะเบียนบ้านฉบับจริงของผู้เอาประกันภัยที่มีการคัดชื่อออกหรือจำหน่ายตายออกจากทะเบียนบ้านแล้ว พร้อมสำเนา
   1.7 ทะเบียนบ้านฉบับจริงของผู้รับประโยชน์ทุกคน พร้อมสำเนา
   1.8 ใบรับรองแพทย์กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
      กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยฆ่าตัวตัวตาย ต้องนำสำเนาบันทึกประจำวันรับแจ้งเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องและใบชันสูตรพลิกศพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และหากเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุให้นำสำเนาบันทึกประจำวันหลังกลับจากสถานที่เกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
 2. กรณีเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ทุพพลภาพและสูญเสียอวัยวะ ต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 30 วัน และยื่นหลักฐานดังนี้
   2.1 กรอกแบบฟอร์มใบเรียกร้องค่าทดแทนของบริษัท
   2.2 ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลที่ระบุวันเริ่มต้นและวันสุดท้ายในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
   2.3 อื่น ๆ เช่น ฟิล์มเอ็กซเรย์
   2.4 ใบรับรองแพทย์
 3. กรณีกรมธรรม์ครบกำหนด
   3.1 กรมธรรม์ประกันภัย ถ้าหายให้แจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำสำเนาใบแจ้งความไปแสดงแทน
   3.2 บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย
   3.3 ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัยงวดสุดท้าย

คลิ๊กเพื่อกลับไปหน้าแรก