ประกันชีวิตให้อะไรกับเรา ? การประกันชีวิตเป็นเครื่องมือทางการเงินอย่างหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาหรือแบ่งเบาภาระทางการเงินได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับร่างกาย เช่น การได้รับการชดเชยค่ารักษาพยบาล กรณีที่ต้องเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยใน ซึ่งเป็นผลจากการประสบอุบัติเหตุ แน่นอนว่าค่ารักษาพยาบาลโดยส่วนใหญ่เป็นจำนวนเงินที่สูงมาก อาจมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวได้ ในบางครอบครัวอาจถึงขั้นประสบวิกฤตทางการเงินเลยทีเดียว เพราะนอกจากค่ารักษาพยาบาลจำนวนสูงแล้ว หากผู้ประสบเหตุเป็นผู้มีรายได้หลักของครอบครัว ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะมีเครื่องมือทางการเงินที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราบ้าง สำหรับคนที่ไม่มีการวางแผนทางการเงินเอาไว้คงจะไม่กังวลนัก เพราะมองว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงส่วนคนที่มีการวางแผนทางการเงินเอาไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายประจำวัน เงินออม เงินเพื่อการศึกษา ก็อาจจะคิดไว้บ้างแล้วว่าในอนาคตอยากจะมีเงินก้อนไว้ใช้จ่าย เพื่อเรียนต่อ หรือทำอะไรที่อยากจะทำ ซึ่งส่วนใหญ่การวางแผนนั้นมักจะเก็บไว้เพิ่อตัวเองเท่านั้น แต่บางคนอาจจะไม่ได้มีชีวิตไว้เพื่อตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น อาจจะมีชีวิตเพื่อคนอื่นด้วย เช่น ตอบแทนคุณพ่อแม่ การสร้างครอบครัว ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนลูก การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหลังเกษียณ ดังนั้น การเก็บออมด้วยการฝากเงินหรือการลงทุนอาจจะไม่เพียงพอที่จะเข้ามาช่วยดูแลให้แผนทางการเงินสำเร็จลุล่วงไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ได้ การออมเงินไม่อาจจะสมบูรณ์แบบได้ หากไม่นำการประกันชีวิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนทางการเงิน เพราะหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ประกันชีวิตก็ยังสามารถเข้ามาสานต่อความฝันและความหวังที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับครอบครัวและคนที่เรารักให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไม่ลำบาก ประกันชีวิตถือว่าเป็นทรัพย์มรดกที่ดีที่สุด กฏหมายระบุว่า ประกันชีวิตถือเป็นมรดกซึ่งบุคคลอื่นจะมาเอาไปมิได้ หมายความว่า หากทำประกันชีวิตไว้และระบุให้ผู้รับประโยชน์คือลูก ในกรณ๊ที่ผู้ทำประกันมีหนี้สินเกิดขึ้นในช่วงที่มีชีวิตอยู่ เมือเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่สามารถนำทรัพย์สินที่มีอยูไปใช้ในการชำระหนี้ แต่ไม่สามารถที่จะเข้ามาบังคับเอาเงินประกันชีวิตที่มอบให้ลูกไปชำระหนี้ เนื่องจากฏหมายไม่ได้กำหนดให้ภาระหนี้ต้องผูกพันกับเงินประกันชีวิตของลูกหนี้ ตัวอย่าง นาย ก. ซื้อประกันชีวิตประเภทที่คุ้มครองตลอดชีพเอาไว้ที่ทุนประกัน 10 ล้านบาท ต่อให้นาย ก. มีหนี้สิน 5 ล้านบาท หรือ 6 ล้านบาท ก็แล้วแต่ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเอาเงินก้อนนี้และไม่มีใครแตะต้องได้เลย ถ้าหากนาย ก. ระบุผู้รับประโยชน์เป็นลูกชายคนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน หรือแม้กระทั่งภรรยา ฉะนั้น ทรัพย์มรดกในส่วนของประกันชีวิต จึงนับเป็นมรดกที่ได้สิทธิพิเศษตรงที่ว่าไม่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้หากไม่ได้มีการระบุไว้ก่อนและไม่ต้องเสียภาษีด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ตอนจ่ายเงินเข้าไปก็ยังได้รับการลดหย่อนภาษี ตอนออกมาก็ยังปลอดภาษี ประกันชีวิตจึงเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยทั่วไป ถ้าเป็นหนี้ 1 ล้านบาท และมีเงินฝากอยู่ 1 ล้านบาท ในวันที่เสียชีวิตเงินก้อนนี้จะกลายเป็นเงินที่เจ้าหนี้เรียกร้องได้ แต่หากมีหนี้ 1 ล้านบาท แต่มีประกันชีวิต 1 ล้านบาท เจ้าหนี้จะหาทางทำอะไรกับทรัพย์สินได้ยากขึ้น เพราะได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเจ้าหนี้จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเงินก้อนนี้ไม่ได้ ประกันชีวิตไม่ได้มีความสำคัญในแง่การเป็นทรัพย์มรดกอย่างเดียว แต่ยังช่วยในการวางแผนเกษียณอายุของเราด้วย เพราะเชื่อไม่ได้ว่าในอนาคตลูกหลานจะเลี้ยงดูเรา เชื่อไม่ได้ว่าบั้นปลายของเราจะมีเงินได้ที่จะใช้ประจำวัน แต่เราสร้างให้เกิดขึ้นมาได้ เครื่องมือที่จะนำมาสร้างสิ่งเหล่านี้คือประกันชีวิต การสร้างประกันประเภทบำนาญ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนได้ ประกันชีวิตจึงเป็นตัววัดที่ดีอย่างหนึ่งว่าคุณจะเป็นผู้นำที่ดี ฉลาดจริงหรือไม่ คำว่าผู้นำที่ฉลาดจริงจะต้องสามารถนำให้อยู่ในมาตรฐานอย่างนั้นได้ทั้งตอนที่ตัวเองมีชีวิตอยู่และไม่มีชีวิตอยู่ คนใกล้ชิด ครอบครัวจะต้องไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ใช่ว่าผู้นำเสียชีวิตแล้วครอบครัวหมดสิ้นทุกอย่าง อย่างนั้นคือผู้นำที่ไม่เก่ง ซึ่งหากไม่ว่างแผนเสียตอนนี้ เสียชีวิตไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ฉะนั้นประกันชีวิตสามารถจะทำให้คุณเป็นผู้นำที่ดีได้ เพราะจะเข้ามาช่วยในการวางแผนการใช้จ่ายในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์มาก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของการประกันชีวิตคือความคุ้มครอง นอกจากเป็นทรัพย์มรดกอย่างดีแล้วการซื้อประกันชีวิตในปัจจุบันยังสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายไป มาใช้ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ด้วย โดยเบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ที่มีอายุสัญญาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในอัตราปีละไม่เกิน 100,000 บาท โดยแสดงใบรับเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระในปีภาษีนั้นต่อกรมสรรพากร ขณะเดียวกันผู้เอาประกันภัยที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตยังสามารถซื้อความคุ้มครองในส่วนของการประกันสุขภาพได้ด้วย โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ในกรณ๊เมื่อเจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ตลอดการรักษา บริษัทประกันชีวิตจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายแทนผู้เอาประกันทั้งหมด(ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์) อีกทั้งผู้เอาประกันภัยที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ยังสามารถซื้อความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุได้อีกด้วย โดยสิทธิ์ที่จะได้รับจากการซื้อประกันอุบัติเหตุเพิ่ม คือ ความคุ้มครองกรณี อุบัติเหตุทุกกรณี เมื่อผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุจะได้รับค่าชดเชยเป็นรายวัน จากบริษัทประกันชีวิตและถ้าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ จะได้รับเงินในส่วนของประกันชีวิตและในส่วนของประกันอุบัติเหตุ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ |