ทีมติวเตอร์

ประกันชีวิตคืออะไร ?
การประกันชีวิต คือ การที่บุคคลผู้หนึ่งเรียกว่า "ผู้เอาประกันภัย" ได้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่า "เบี้ยประกัน" ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือ กรมธรรม์ เช่น ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์หรือมีอายุยืนยาวจนครบกำหนดตามที่ระบุไว้ บริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่า "จำนวนเงินเอาประกันภัย" ให้แก่ผู้รับประโยชน์หรือผู้เอาประกันภัยแล้วแต่กรณี โดยเงื่อนไขความคุ้มครองจะมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อ ตามความเหมาะสมของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก

แบบประกันชีวิตที่ควรรู้จัก
1.แบบสะสมทรัพย์ เป็นแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนที่สูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกองทุนการศึกษาให้บุตร, กองทุนในยามเกษียณอายุ
2. แบบตลอดชีพ เป็นแบบประกันที่ได้รับความคุ้มครองระยะยาว ให้ความคุ้มครองในวงเงินสูงแต่ชำระเบี้ยประกันในอัตราต่ำ เหมาะสำหรับผู้เอาประกันที่มีความต้องการที่จะสร้างกองทุนมรดกหรือเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินครั้งสุดท้าย
3. แบบออมทรัพย์  เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองและออมทรัพย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมทรัพย์และได้รับความคุ้มครองในขณะเดียวกัน จะมีเบี้ยประกันที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ
ประกันสุขภาพคืออะไร ?(เป็นความคุ้มครองเพิ่มเติมต้องซื้อแนบกับกรมธรรม์ประกันชีวิต)
     ปัจจุบันการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในประเทศไทยได้เข้าสู่มาตรฐานสากลกันมากขึ้นเนื่องจากโรงพยาบาลส่วนใหญ่ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการแพทย์เข้ามาใช้ในการรักษาและวินิจฉัยโรคให้กับผู้ป่วยมากขึ้น จึงส่งผลให้อัตราค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ดี หันมาสนใจต่อการทำประกันสุขภาพกันมากขึ้น เพราะช่วยการแบ่งเบาภาระเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล
     การซื้อประกันสุขภาพเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันในอนาคต รวมทั้งยังเป็นผลประโยชน์ที่ผู้ทำประกันจะได้รับในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะจะได้รับความคุ้มครองชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล อันมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยหลังจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ แต่จะไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยรวมถึงสภาวการณ์และอาการเรื้อรังเกี่ยวเนื่องที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ สภาวะที่ไม่ใช่การรักษาพยาบาล เช่น การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีนป้องกันโรค การรักษาตัวเพื่อการพักผ่อนหรืออนามัย การเสริมความงามรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่อการรักษาพยาบาล เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับล่าง ซึ่งค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่สูงอาจจะกระทบต่อการดำรงชีวิตทันที ดังนั้น หากผู้บริโภคได้ทำประกันสุขภาพไว้ก็จะสามารถลดปัญหาเหล่านี้ได้ เนื่องจากประกันสุขภาพจะเข้ามารับผิดชอบและให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ลูกค้าเลือกซื้อไว้     
     ผู้เอาประกันสามารถซื้อสัญญาประกันสุขภาพแนบกับสัญญาประกันชีวิตหลัก เพื่อเพิ่มความคุ้มครองค่าห้อง, ค่ารักษาพยาบาล, ค่ายา, ค่าปรึกษาแพทย์รายครั้ง, ค่าชดเชยรายได้รายวัน
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลคืออะไร ?(เป็นความคุ้มครองเพิ่มเติมต้องซื้อแนบกับกรมธรรม์ประกันชีวิต)
       ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นประกันที่เน้นความคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่ผู้เอาประกันได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย ซึ่งส่งผลให้ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิต โดยให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดสถานที่ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพการงาน เดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งพักผ่อนอยู่ในที่พัก ความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ได้รับ
      นอกจากนี้ ยังให้ความคุ้มครองรวมถึงการถูกฆ่า หรือถูกทำร้ายร่างกายด้วยไม่ว่าการถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกายจะเป็นโดยเจตนา หรือไม่ก็ตาม แต่ผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเฉพาะบางอย่างก็ได้ เช่น ต้องการให้คุ้มครองเฉพาะการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ และทุพพลภาพ โดยไม่ซื้อความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลก็ได้ ส่วนใหญ่การทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะเป็นลักษณะปีต่อปี แต่ผู้ทำประกันสามารถซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลระยะสั้นได้ เพื่อความคุ้มครองระยะสั้น เช่น สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในบางช่วง
ประกันชีวิตแตกต่างจากการฝากเงินไว้กับธนาคารอย่างไร ?
     ปัจจุบันการทำประกันชีวิตกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น เพราะมองเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการประกันชีวิต แต่ปรากฏว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าการประกันชีวิตเหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร อีกทั้งรูปแบบการเสนอขายในปัจจุบันของตัวแทนประกันชีวิตอาจจะมีการชี้แจงไม่ครบถ้วนและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ซึ่งโดยลักษณะที่แท้จริงแล้วการประกันชีวิตและการฝากเงินไว้กับธนาคารมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้
1. การฝากเงินไว้กับธนาคารถ้าผู้ฝากเงินเสียชีวิตทายาทก็จะได้รับเงินฝากพร้อมกับดอกเบี้ย ส่วนการทำประกันชีวิต ถ้าผู้ทำประกันชีวิตเสียชีวิตภายใต้เงื่อนไข ถึงแม้ชำระเบี้ยประกันภัยมาเพียงงวดเดียว ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไปแล้ว ตัวอย่าง ถ้านาย ก.ฝากเงินไว้กับธนาคารปีละ 10,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี เมื่อนาย ก. ถอนเงินคืนหรือนาย ก. เสียชีวิต นาย ก. หรือทายาทจะได้รับเงิน 30,000 บาท รวมกับอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากนาย ก. ทำประกันชีวิต โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ  10,000 บาท เมื่อนาย ก. เสียชีวิตไปในปีที่ 3 ผู้รับประโยชน์ของนาย ก. จะได้รับเงิน 100,000 บาท แม้ว่านาย ก. จะจ่ายเบี้ยประกันภัยไปเพียง 30,000 บาท ก็ตาม
2. การฝากเงินกับธนาคารจะฝากเมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการแต่การทำประกันชีวิตต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยตามงวดการชำระเบี้ยประกันภัยที่กำหนดไว้ ไม่เช่นนั้น กรมธรรม์จะสิ้นผลบังคับซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันที่ได้ชำระไปแล้วจะไม่ได้คืนกลับมาเลยในปีแรกเพราะบริษัทได้คิดเป็นค่าคุ้มครองการเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายแล้ว ขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ
3. การฝากเงินไว้กับธนาคารนั้นสามารถถอนเงินหรือปิดบัญชีเมื่อใดก็ได้ โดยผู้ฝากจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย(ถ้ามี) แต่การทำประกันชีวิตเมื่อต้องการยกเลิกสัญญาประกันชีวิต ผู้ทำประกันหรือผู้เอาประกันจะไม่ได้รับเงินที่ชำระเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน 
ยกเลิกกรมธรรม์จะได้เงินคืนไหม ?
การที่ผู้เอาประกันภัยยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่
ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าคอมมิชชั่นตัวแทนประกันชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้ จึงทำให้ไม่มีเงินคืนแก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืน ตามมูลค่าเวนคืนเงินสด(สอบถามได้จากตัวแทนที่ทำประกันด้วย)

ตัวแทนประกันชีวิตที่ดีมีลักษณะอย่างไร ? 
  1. มีความซื่อสัตย์ สุจริตต่อผู้เอาประกันภัย บริษัท และเพื่อนร่วมอาชีพ   
  2. ให้บริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ชี้แจงให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงสิทธิและหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย
  3. รักษาความลับของผู้เอาประกันภัยและของบริษัทต่อบุคคลภายนอก
  4. เปิดเผยข้อความจริงของผู้เอาประกันชีวิต หรือผู้เอาประกันภัย เพิ่อพิจารณารับประกันการเสี่ยงภัย และเพิ่อความสมบูรณ์ของกรมธรรม์ประกันภัย
  5. ไม่เสนอแนะให้ผู้ขอเอาประกันภัยทำประกันเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย หรือเสนอ หรืออ้างเงิ่อนไขใด ๆ ซึ่งไม่มีอยู่ในกรมธรรม์ให้ผู้ขอเอาประกันภัย
  6. ไม่แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยสละกรมธรรม์ประกันภัยเดิม เพิ่อทำสัญญาใหม่โดยจะทำให้ผู้เอาประกันต้องเสียหาย
  7. ไม่ลด หรือเสนอที่จะลดค่าคอมมิชชั่น เพิ่อเป็นการจูงใจให้เอาประกันชีวิต
  8. ไม่กล่าวหมิ่นประมาทตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท หรือบริษัทอื่น
  9. หมั่นศึกษาหาความรู้ในวิชาชีพเพิ่มเติมอยู่เสมอ
  10. ประพฤติอยู่ในศีลธรรมประเพณีอันดีงาม ซึ่งธำรงไว้ซึ่งเกียรติ ศักดิ์ศรี และคุณธรรมแห่งอาชีวปฏิญญาณ

ความสามารถของเรา
เราสามารถวิเคราะห์ความต้องการความคุ้มครองของผู้เอาประกันภัยได้โดยละเอียด และช่วยวางแผนการประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการที่ผู้เอาประกันจะเสียเบี้ยในอัตราต่ำและได้รับความคุ้มครองสูงที่สุด เรามีความรู้ ความชำนาญอย่างพอเพียง เป็นผู้มีความซิ่อสัตย์ มีความภูมิใจในอาชีพของตน และขอสัญญาว่าจะไม่หวังแต่รายได้เพื่อประโยชน์ของตนในปัจจุบันโดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากและความสูญเสียอย่างมหาศาลที่ผู้เอาประกันและครอบครัวจะได้รับในอนาคตอันเนื่องจากการกระทำโดยมิรอบคอบหรือปราศจากศีลธรรม
 ใครบ้างที่เกิดมาแล้วไม่ตาย?   ใครบ้างเกิดมามีชีวิตยู่ในโลกนี้แล้วรอดพ้นจากภัยจากอุบัติเหตุ?   ใครบ้างที่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อนั้นเมื่อนี้?   แล้วถ้ายังไม่รู้ คุณยังจะประมาทอยู่อีกรึ?   ทำไมไม่สร้างความคุ้มครองเสียวันนี้ พรุ่งนี้ล่ะ?   บางทีไม่แน่เหมือนกันเมื่อคุณตัดสินใจจะซื้อ คุณอาจไม่มีโอกาสซื้อก็ได้ใครจะไปรู้ ?

คลิ๊กเพื่อกลับไปหน้าแรก