ทีมติวเตอร์

คุณสมบัติ
1. ชาย/หญิง อายุ 20 ปีขึ้นไป          2. วุฒิการศึกษา ม.6 ขึ้นไป          3. เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี

สวัสดิการ
1. ค่าคอมมิชชั่น        2.โบนัส         3. เงินกองทุนสะสม         4. สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล         5. ท่องเที่ยวต่างประเทศ

การสมัครเป็นตัวแทนประกันชีวิต
สามารถโทรมาพูดคุยหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 083-848-2295(เวลา: จ-ศ 12.00-13.00น.และหลัง 16.00น.,ส-อา ตลอดทั้งวัน)หรือส่งข้อมูลมาที่ teamtutors@hotmail.com ทั้งนี้ข้อมูลประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ อาชีพ รายได้

รู้จักอาชีพตัวแทนประกันชีวิต
1. ตัวแทนที่ทำหน้าที่หาประกันชีวิตเป็นประจำ(Full time agents) ทำหน้าที่โฆษณาชักจูงให้ประชาชนเข้าทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทของตน โฆษณาถึงคุณประโยชน์ของการทำประกันชีวิตและสภาพการของบริษัทที่ตนเป็นตัวแทน ถึงฐานะทางการเงิน บริการ เบี้ยประกันภัย และประโยชน์อื่น ๆ ที่ประชาชนจะได้รับจากการทำประกันชีวิตกับบริษัทนั้น ทำหน้าที่รับชำระเบี้ยประกันจากผู้เอาประกันในนามบริษัท
2. ตัวแทนประกันชีวิตชั่วคราว(Part time agents) คือตัวแทนหาประกันชีวิตเช่นเดียวกับตัวแทนประจำทุกประการแต่ตัวแทนหาประกันชีวิตชั่วคราวเป็นผู้ที่มิได้ประกอบการในฐานะที่จะยึดเป็นอาชีพประจำ แต่เป็นผู้ที่มีอาชีพอื่นอยู่แล้วเป็นปกติ
     หน้าที่โดยรวมของตัวแทนทั่ว ๆ ไปก็คือ การจัดกิจกรรมทั้งปวงเกี่ยวกับการจัดหาลูกค้า ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแทนกับบริษัทเป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาที่มอบให้ตัวแทนผู้นั้น ตัวแทนจะออกกรมธรรม์ในนามของบริษัทแก่ผู้เอาประกันที่อยู่ในท้องที่ของตน โดยได้รับค่าคอมมิชชั่นตอบแทนในการที่ช่วยจัดให้มีการทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท
ก่อนเป็นตัวแทนต้องทำอะไรบ้าง?
อบรมกับบริษัท 2 วัน และอบรมกับกรมประกันภัย 1 วัน(ค่าธรรมเนียม: ค่าสมัครสอบ 200 บาท, ค่าใบอนุญาต 300 บาท, ค่าหนังสือ 50 บาท)
อายุใบอนุญาตตัวแทน: มีอายุ 1 ปี ถ้าต่อ 2 ครั้งแล้วสามารถต่อได้นานถึง 5 ปี และจะต้องต่อก่อนหมดอายุ 2 เดือน
บทกำหนดโทษ: กระทำการเป็นตัวแทนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 6 เดือน/ ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รายได้ของตัวแทนดีไหม?
รายได้ของตัวแทนประกันชีวิตไม่มีขีดจำกัดเพราะว่าถ้าเราหาลูกค้าได้มากเราก็ได้ค่าคอมมิชชั่นมากเท่านั้น (ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวแทนแต่ละคนที่สามารถฝึกฝนได้จากรุ่นพี่ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ผู้นั้นสังกัดอยู่ ซึ่งพร้อมอยู่แล้วที่จะอบรมและฝึกฝนการขายระยะแรกเริ่มให้น้องใหม่ หลังจากนั้นการอบรมภาควิชาการจากบริษัทกับประสบการณ์ขายของตนเองที่ขายซ้ำบ่อย ๆ จะทำให้ผู้นั้นจัดเจนในการจัดวิธีการขาย โดยปกติบริษัทจะบังคับยอดปีหนึ่งต้องหาลูกค้าให้ได้อย่างน้อยปีละ2 คน จึงจะมีสภาพเป็นตัวแทนของบริษัทต่อไป)

ปัจจัยพื้นฐานของนักขายประกันชีวิตที่ประสบความสำเร็จคืออะไร?
ปัจจัยพื้นฐานของนักขายประกันชีวิตที่จะต้องมีเมื่อเริ่มเข้าสู่อาชีพนั้นคือ 1.นิสัยร่าเริง แจ่มใส รักการสนทนากับบุคคลทั่วไป 2. มนุษยสัมพันธ์ดี คบหาคนง่ายเข้ากับคนเก่ง 3. มีความทะเยอทะยาน ขยันขันแข็ง มุมานะ ใฝ่สูง และมีนิสัยอยากได้ในตัวเอง 4. ใจกล้าคือ กล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็น 5. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ พยายามขวนขวายหาความรู้ และศึกษากลยุทธ์การขายใหม่ ๆ อยู่เสมอ 6. มีนิสัยชอบการบริการ เพราะนิสัยการบริการเป็นพื้นฐานหลักของอาชีพนักขาย ดังคำกล่าวที่ว่า "การขายที่ดีที่สุด คือการบริการที่ดีที่สุด" 7. ความซื่อสัตย์ ที่มีต่อลูกค้าและบริษัทนั่นเอง ลองสำรวจตัวเองเบื้องตนว่าตัวเองมีความทะเยอทะยาน ชอบศึกษาประวัติบุคคลที่ประสบความสำเร็จ, มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ, มิใช่คนขี้เกียจและเป็นคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อเมื่อประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า หากคำตอบของท่านตอบว่าท่านมีคุณสมบัติพื้นฐานข้างต้น ก็คงจะบอกได้ว่าท่านมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากทีเดียวสำหรับอาชีพที่ยิ่งใหญ่ และท้าทายนี้ แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาก่อนเลย
ทำไมการขายประกันชีวิตเป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่และท้าทาย ?
อาชีพตัวแทนประกันชีวิตเป็นอาชีพที่สังคมไม่ค่อยจะยอมรับ แม้แต่ครอบครัว ญาติพี่น้องก็อาจะไม่สนับสนุน ทั้งนี้เพราะทัศนะของสังคมยังมองตัวแทนขายประกันชีวิตเป็นงานที่ไปอ้อนวอน หรือขอร้องให้คนมาซื้อประกัน ทำให้อาชีพประกันชีวิตเป็นอาชีพที่ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี แต่เสียงคัดค้านเหล่านี้เป็นการท้าทายที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะหากอยู่ได้ในอาชีพนี้หรือประสบความสำเร็จ แน่นอนที่สุดสังคมและครอบครัวจะต้องยอมรับ และจากคำสบประมาทจะเป็นคำสรรเสริญ ยกย่อง
ทำไมตัวแทนประกันชีวิตจึงเป็นผู้ให้ ผู้แนะนำ ผู้ช่วยเหลือ?
ลองนึกดูว่าถ้าวันหนึ่งเพื่อนหรือคนรู้จักเราป่วย เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เราไปเยี่ยมและบอกเพื่อนว่า "หายป่วยไว ๆ นะ เราเป็นห่วง" แต่ตัวแทนประกันชีวิตไปเยี่ยมและบอกว่า "หายป่วยไว ๆ นะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่าย เราจะเป็นคนดูแลให้" หรือถ้าเพื่อนหรือคนสนิทเราเกิดเสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน เราไปงานศพเพื่อน เราก็จะบอกกับครอบครัวเพื่อนว่า "เสียใจด้วยที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้" แต่ตัวแทนประกันชีวิตไปงานศพและบอกว่า "เสียใจด้วยนะแต่ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายและสวัสดิการต่าง ๆ เราจะเป็นคนดูแลและจัดการให้" จะเห็นได้ว่างานตัวแทนเป็นงานที่เสียสละ ทำเพื่อสังคมจริง ๆ เพราะเป็นคนนำเอาสวัสดิการต่าง ๆ ไปเสนอให้ประชาชน และขณะเดียวกันก็ให้เขามีเงินออมไว้ใช้ในอนาคตหรือในยามฉุกเฉิน
ทำไมอาชีพตัวแทนประกันชีวิตเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว?
อาชีพตัวแทนประกันชีวิตเป็นอาชีพที่ไม่ต้องมีการลงทุนใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นธุรกิจที่ทำหน้าที่รับฝากเงินจากประชาชนออมไว้ แล้วให้ผลประโยชน์ตอบแทนรวมถึงความคุ้มครอง แต่ต้องสอบใบอนุญาตเป็นตัวแทนให้ได้ก่อน แล้วบริษัทมีที่ทำงานให้อยู่ในย่านที่เจริญและสะดวก เป็นอาชีพที่เป็นอิสระ อยากจะเปิดร้านเช้า เปิดร้านเย็นได้ตามใจไม่ต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาของเจ้านาย สามารถเลื่อนตำแหน่งได้ตามความสามารถของตัวเอง จากตัวแทนเป็นหัวหน้าหน่วย เป็นผู้จัดการหน่วย เป็นผู้จัดการภาคอาวุสโส ฯลฯ และมีผลตอบแทนของรายได้ที่มีแต่กำไร ไม่ขาดทุน พัฒนาให้เราเป็นคนที่มีบุคคลิกภาพที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการพบปะพูดคุยกับผู้คนมากมาย ถ้าวันนี้มีเส้นทางให้คุณเลือก 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 เดินตามกันไปเรื่อย ๆ มีรถตอนอายุ 30 ปี มีบ้านตอนอายุ 40 ปี เป็นผู้จัดการตอนอายุ 50 ปี กับเส้นทางที่ 2 มีรถตอนอายุ 25 ปี มีบ้านตอนอายุ 27 ปี และมีความก้าวหน้าในอาชีพที่ไม่ต้องรอให้หัวหน้าหรือผู้จัดการครบอายุหรือลาออก คุณก็สามารถเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการได้ ถ้าคุณเลือกเส้นทางที่ 2 ก็ลองโทรมาคุยกันได้ครับ
จะดีมั๊ย...............ถ้าวันนี้เราออกไปพบคน ชวนเขาเก็บเงิน รักตัวเอง รักครอบครัว...................อย่าปล่อยให้ความฝันและโอกาสหลุดมือไป....................อย่าเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง................................แล้วคุณจะพบกับความสำเร็จ มีรถ มีบ้าน มีเงิน และมีความสุขกับชีวิต
                                                                                                       คลิ๊กเพื่อกลับไปหน้าแรก